"คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้า
คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน
คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน
คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต"
สุนทรภู่
------------
"คณะตุลาการรัฐธรรมนูญจีงมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย ผู้ถูกร้องที่ ๑
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๖๗ ประกอบมาตรา ๖๖(๑) และ (๓)
กับให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องที่ ๑ จำนวน ๑๑๑ คน
ตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ฉบับลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙
มีกำหนดห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมือง ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙"
คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ เรื่อง อัยการสูงสุดขอให้มีคำสั่งยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550
------------
นายสมัคร สุนทรเวชอดีตนายกรัฐมนตรี "คนเขียนจดหมายมานี่ ผมเอาจดหมายมาให้ดู ดูสิครับนี่ เวลารับจดหมายแล้วผมอ่านให้ฟัง ท่านลองดูนะว่าอย่างไร ไอ้สมัครบ้ากิน ตะกละ ไปไหนก็เร่ไปทำกับข้าว ที่สำคัญที่สุดทำเสร็จทั้งหมดแทนที่จะให้นักข่าวหรือคนในพื้นที่กิน เรียกว่าแจกเขาน่ะ เพราะวัตถุดิบตัวเองก็ไม่ได้ซื้อเงินมา พอทำเสร็จแล้ว ขนกลับบ้านหมด โอ้โฮ แน่จริงเขาบอกไอ้อุบาทว์ ทำอะไรต่าง ๆ บริหารบ้านเมืองก็ทำไม่เป็น ไม่มีความสามารถจะสะเออะอยากจะมาเป็นนายกฯ เพื่อจะได้บันทึกประวัติศาสตร์ตัวเอง แม้จะได้มาเป็นเพราะว่ามีใครเป็นคนจัดการมาให้ต่าง ๆ ไม่มีศักดิ์ศรี อำนาจ พลเมืองจำนวนมากเขาทุเรศพฤติกรรมของแกจะแย่อยู่แล้ว นอกจากหน้าตาบุคลิกจะอุบาทว์แล้ว นิสัยยังถ่อย ฉะนั้น ที่เกิดมาไม่เคยพบเห็นนายกรัฐมนตรีที่จะมีความเลว ความถ่อยสกุลตั้งแต่พับผ่า สิ วันหนึ่งไม่เห็นจะบริหารอะไร ดีแต่ปาก ปากเห่าไปวัน ๆ ให้สัมภาษณ์ไปวัน ๆ เสร็จแล้วว่าอย่างไร ขอแช่งให้มันตายปุบปับ แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น"
รายการสนทนาประสาสมัคร วันที่ 13 กรกฎาคม 2551
------------
"ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์
จึงวินิจฉัยว่านายสมัคร กระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง(7)
และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 วรรคหนึ่ง(1)"
คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช อันเนื่องจากเป็นพิธีกรรายการ “ชิมไปบ่นไป” และ “ยกโขยง 6 โมงเช้า" เมื่อ 9 กันยายน 2551
------------
"...เมื่อพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังที่วินิจฉัยมาดังกล่าวข้างต้น
ซึ่งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมาย ไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและประชาชน
แต่จำเลยที่ 1 กลับฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งที่จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องกระทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประพฤติตนในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรมของนักการเมืองให้เหมาะสมกับที่ได้รับความไว้วางใจในตำแหน่งหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ จึงไม่สมควรรอการลงโทษ
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 (1) วรรค 3 และมาตรา 122 วรรค 1 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี..."
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกจำนวน 33 ไร่ มูลค่า 772 ล้านบาทเศษที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 เมื่อ 21 ตุลาคม 2551
- -